Archive

Archive for the ‘เรื่อยเบื่อย’ Category

กลับมาตายรัง

พฤศจิกายน 19, 2009 khrutik ใส่ความเห็น

ว่าจะย้ายบ้านไปอยู่ blog ในไทย แต่จนแล้วจนรอดก็กลับมาที่นี่เหมือนเดิม

วันแม่ 2552

สิงหาคม 4, 2009 khrutik ใส่ความเห็น

motherday

ที่มาของภาพ http://www.thaigoodview.com/

Categories: เรื่อยเบื่อย ป้ายกำกับ:

โรงเรียนหยุด 1 สัปดาห์

สิงหาคม 4, 2009 khrutik ใส่ความเห็น

หลายเดือนมาแล้วที่ไม่มีเวลาเตรียมทำผลงานเลย ทุกๆ วันต้องซ้อมหุ่นยนต์กับเด้กๆ กลับถึงบ้านก็ 2 ทุ่มเข้าไปแล้ว ส่วนทุกๆ วันเสาร์ วันอาทิตย์ ก็ไปอบรม PHP
เหมือนสวรรค์ทรงโปรด เพราะไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่แท้ๆ โรงเรียนปิด 1 สัปดาห์ ผมเลยมีเวลา…..อันแรกที่อยากทำคือ ตัดหญ้าบริเวณบ้าน, นอน, ตื่นสายๆ นิดหนึ่ง, ดื่มกาแฟใต้แสงแดดอ่อน, เตรียมเอกสารทำผลงาน
5555 ขอบคุณจริงๆ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

การเล่นซอ

เมษายน 13, 2009 khrutik 1 comment

การเทียบเสียงซออู้
ใช้ ขลุ่ยเพียงออเป่าเสียง ซอล โดยปิดมือบนและนิ้วค้ำ เป่าลมกลางๆ จะได้เสียง ซอล เพื่อเทียบเสียงสายเอก ส่วนสายทุ้ม ให้ปิดมือล่างหมด จนถึงนิ้วก้อย เป่าลมเบา ก็จะได้เสียง โด ตามต้องการ เพื่อเทียบเสียงสายทุ้ม ให้ตรงกับเสียงนั้น

การนั่งสีซอ
นั่ง ขัดสมาธิบนพื้น หากเป็นสตรีให้นั่งพับเพียบขาขวาทับขาซ้าย วางกะโหลกซอไว้บนขาพับด้านซ้าย มือซ้ายจับคันซอให้ตรงกับที่มีเชือกรัดอก ให้ต่ำกว่าเชือกรัดอกประมาณ 1 นิ้ว ส่วนมือขวาจับคันสี-โดยแบ่งคันสีออกเป็น 5 ส่วน แล้วจับตรง 3 ส่วนให้คันสีพาดไปบนนิ้วชี้ และนิ้วกลางในลักษณะหงายมือ ส่วนนิ้วหัวแม่มือ ใช้กำกับคันสีโดยกดลงบนนิ้วชี้ นิ้วนางและนิ้วก้อยให้งอติดกัน เพื่อทำหน้าที่ดันคันชักออกเมื่อจะสีสายเอก และ ดึงเข้าเมื่อจะสีสายทุ้ม

การสีซอ
วาง คันสีให้ชิดด้านใน ให้อยู่ในลักษณะเตรียมชักออก แล้วลากคันสีออกช้าๆด้วยการใช้วิธีสีออก ลากคันสีให้สุด แล้วเปลี่ยนเป็นสีเข้าในสายเดียวกัน ทำเรื่อยไปจนกว่าจะคล่อง พอคล่องดีแล้ว ให้เปลี่ยนมาเป็นสีสายเอก โดยดันนิ้วนางกับนิ้วก้อยออกไปเล็กน้อย ซอจะเปลี่ยนเป็นเสียง ซอล ทันที ดังนี้
คันสี ออก เข้า ออก เข้า เสียง โด โด ซอล ซอล

ฝึกเรื่อยไปจนเกิดความชำนาญ
ข้อ ควรระวัง ต้องวางซอให้ตรง โดยใช้มือซ้ายจับซอให้พอเหมาะ อย่าให้แน่นเกินไป อย่าให้หลวมจนเกินไป ข้อมือที่จับซอต้องทอดลงไปให้พอดี ขณะนั่งสียืดอกพอสมควร อย่าให้หลังโกงได้ มือที่คีบซอให้ออกกำลังพอสมควรอย่าให้ซอพลิกไปมา

อ้างถึง http://sawauu.blogspot.com

Categories: เรื่อยเบื่อย ป้ายกำกับ:

การเลือกเพศลูก

มีนาคม 5, 2009 khrutik ใส่ความเห็น

คุณสมบัติที่แตกต่างกันคือ
1. ตัวอสุจิ X ขนาดหัวโต ตัวหนัก เคลื่อนไหวช้ากว่าตัวอสุจิ Y
2. ตัวอสุจิ X ทนสภาวะที่เป็นกรด ส่วนตัวอสุจิ Y ทนสภาวะที่เป็นด่าง
ด้วยคุณสมบัติที่แตกต่างกันเหล่านี้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์หาทางแยกตัวอสุจิ X ออกจากตัวอสุจิ Y
ได้ โดยแบ่งออกเป็น

การเลือกเพศโดยวิธีธรรมชาติ
ผู้ที่คิดวิธีนี้ขึ้นมา คือ นายแพทย์ Shettles ชาวฝรั่งเศส รายงานในปี พ.ศ. 2503 โดยอาศัยทฤษฏีที่ว่าตัวอสุจิ Y มีขนาดเล็กกว่า เคลื่อนที่ได้เร็วกว่า ทนต่อสภาวะด่างได้ดี เขากล่าวว่า โอกาสที่จะได้บุตรตามต้อการด้วยวิธีดังกล่าวมีสูงถึงร้อยละ 80 เลยทีเดียว โดย

ถ้าต้องการได้บุตรชาย ให้ปฏิบัติดังนี้
1. ร่วมเพศในเวลาที่ใกล้ไข่สุกากที่สุด
2. ก่อนมีเพศสัมพันธ์ ให้ล้างช่องคลอดด้วยโซดาไบคาบอเนต (โซดาปิ้งขนมปัง) ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำสะอาด 1 ลิตร ควรล้างช่องคลอดก่อนร่วมเพศ 1 ชั่วโมง
3. ฝ่ายผู้หญิงควรถึงจุดสุดยอดก่อนหรือพร้อม ๆ กับฝ่ายชาย เพื่อให้หลั่งน้ำเมือกที่มีฤทธิ์เป็นด่างออกมา
4. เมื่อถึงจุดสุดยอด ฝ่ายชายควรสอดอวัยวะเพศเข้าไปให้ลึกที่สุดเพื่อทำให้น้ำอสุจิสัมผัสมูกที่ปากมดลูกโดยตรงมากที่สุด
5. ควรงดการร่วมเพศไว้จนกว่าจะถึงวันไข่สุก

ถ้าต้องการได้บุตรหญิง ให้ปฏิบัติดังนี้
1. มีเพศสัมพันธ์ 2-3 วันก่อนไข่สุก
2. ก่อนร่วมเพศ ให้ล้างช่องคลอดด้วยส่วนผสมของน้ำส้มสายชูประมาณ 2ช้อนโต๊ะกับน้ำสะอาด 1 ลิตร ควรล้างช่องคลอดก่อนร่วมเพศประมาณ 1 ชั่วโมง
3. ฝ่ายหญิงควรกลั้นไม่ให้มีความรู้สึกสุดยอดเอาไว้ หรือมความรู้สึกสุดยอดภายหลังที่ฝ่ายชายหลั่งน้ำอสุจิออกมา เพื่อป้องกันการหลั่งน้ำเมือกในช่องคลอดซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่าง
4. ฝ่ายชายควรสอดอวัยวะเพศให้อยู่ในช่อคลอดเพียงตื้น ๆ เพื่อให้ตัว “อสุจิ” ว่ายผ่านสภาวะที่เป็นกรดในช่องคลอดเข้าไปหาปากมดลูก
5. ไม่จำเป็นต้องงดการร่วมเพศนอกจากระยะ 2-3 วัน ก่อนไข่ตก

การกินอาหารหรือยาบางชนิดก็ช่วยในการเลือกเพศได้
วิธี นี้รายงานโดยนายแพทย์ Stoloski โดยอาศัยหลักการที่ว่าอาหารบางอย่างทำให้ภาวะในช่องคลอดมีความเป็นกรดหรือ ด่างได้ตามต้องการ เขาอ้างว่าได้ผลถึงร้อยละ 10 ตัวอย่างเช่น
หากต้องการบุตรชาย ก็ให้กินอาหารที่มีเกลือโซเดียม และโพแทสเซียมสูง เช่น ถั่ว เนื้อสัตว์ที่สดหรือไม่สุก ปลาทุกชนิด ไส้กรอก ผักทุกชนิดที่ไม่แช่เย็น (ยกเว้นที่ต้องห้าม) มันฝรั่ง กล้วยหอม ของหวาน ต้องกินแยม ผลไม้ตากแห้งต่าง ๆ ลูกพรุน ลูกเกด อินทผลัม ลูกเกาลัด ผลไม้กวน ผลมะกอก แตงต่าง ๆ ขนมปังที่ไม่มีนม รวมทั้งน้ำชา กาแฟ น้ำอัดลมที่มีแอลกอฮอล์

อาหาร ต้องห้ามสำหรับลูกชายก็ให้หลีกเลี่ยงอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นมทุกชนิด อาหารทุกชนิดที่ทำจากนม (เนยแข็ง นมเปรี้ยว ฯลฯ) ขนมปังที่มีนมเป็นส่วนผสม ผักสลัด กะหล่ำปลีสดหรือดอกกะหล่ำ ผักกาดหอม ผักบุ้ง ลูกนัด โกโก้ ช็อกโกแลต และมัสตาร์ด

หากต้องการบุตรสาว ต้องกินอาหารที่มีโพแทสเซียมน้อย พวกแป้ง นม ไข่ ผักสีเขียวสดหรือแช่เย็น ผลไม้แห้งและเนยที่ไม่เค็ม ผลไม้สดทุกชนิด ยกเว้นสับปะรด ยิ่งกินเท่าไหร่โอกาสมีบุตรสาวยิ่งมากเท่านั้น และหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม ชา กาแฟ เนยเค็ม น้ำผลไม้สด เหล้าองุ่น
ในระหว่างกินอาหารเหล่านี้ต้อง ไม่กินยาอื่นใดแม้จะเป็นไข้หรือเป็นหวัด ที่สำคัญคือ จะต้องกินอาหารดังกล่าวข้างต้นอย่างน้อยสองเดือนครึ่ง ก่อนที่จะตั้งครรภ์จึงจะได้ผล โดยในระหว่างนี้ต้องคุมกำเนิดไว้ก่อน
การกินยาบางประเภท เช่น ยาโซเดียมไบคาบอเนต ในช่วงระยะเวลาที่ “ไข่” ตก เพื่อให้ภาวะในช่องคลอดเป็นด่าง ก็เชื่อว่าทำให้ได้บุตรชายเช่นกัน