Archive

Archive for the ‘เกษตรกรรม’ Category

การทำ EM ขยาย

กุมภาพันธ์ 12, 2009 khrutik 1 comment

การทำ EM ขยาย
การเตรียมวัสดุอุปกรณ์
1.หัวเชื้อจุลินทรีย์ EM
2.กากน้ำตาล
3.ถังพลาสติกแบบมีฝาปิด หรือขวดพลาสติกแบบมีฝาเกลียว
4.น้ำสะอาด (น้ำประปาหมักไว้ 1 คืน )

วิธีทำ EM ขยายแบบขวด
1.นำหัวเชื้อจุลินทรีย์ em (ตัวแม่) 2 ช้อนโต๊ะ ใส่ขวดพลาสติกใสแบบฝาเกลียวขนาด1.5 ลิตร
2.ใส่กากนำตาล 2 ช้อนโต๊ะผสมจุลินทรีย์ em
3.ใส่น้ำสะอาดปราศจากคลอรีน (นำประปาหมักทิ้งไว้ 1 คืน )
4.เขย่าให้เข้ากัน หมักไว้ 4- 5 วันเก็บไว้ในที่มืดไม่โดนแดดในห้องอุณหภูมิปกติ
5.EM ที่ได้จะเป็นEM ขยายรุ่นลูก และสามารถขยายได้อีก2 รุ่น รุ่นหลาน และ รุ่นเหลนใช้อัตราส่วนเดียวกัน

การทำEMขยายแบบจำนวนมาก
1. เตรียมถังขนาด50 ลิตร และน้ำสะอาดเกือบเต็มถังเว้นอากาศไว้ประมาณ 10 %
2. หัวเชื้อ จุลินทรีย์ em 1 ลิตร
3. กากน้ำตาล 1 ลิตร

วิธีทำ
1.นำน้ำEm 1 ลืตรใส่ในถังน้ำที่เตรียมไว้
2.ใส่กากน้ำตาล 1 ลิตร ผสมลงไปในถังน้ำคนให้เข้ากันปิดฝาให้สนิด
3.หมักทิ้งไว้ 4- 5 วันนับจากวันเริ่มหมัก
4.เมื่อหมักครบตามเวลาที่กำหนดก็จะได้EMขยายรุ่นลูก ใช้ขยายเป็นรุ่น หลาน และเหลนได้อืกโดยใชวิธีหมักตามที่กล่าวมา

หมายเหตุ อัตราส่วนEM กากน้ำตาล 1 : 1 และน้ำ 10

Categories: เกษตรกรรม ป้ายกำกับ:

สูตรปุ๋ยชีวภาพ

กุมภาพันธ์ 12, 2009 khrutik ใส่ความเห็น

สูตรปุ๋ยชีวภาพ

:: ส่วนผสม ::
เศษผักผลไม้ 3 กก.
กากน้ำตาลหรือโมลาส 1 กก.
น้ำมะพร้าวหรือน้ำซาวข้าว 5 ลิตร

:: วิธีทำ ::
นำส่วนผสมทั้งหมดมาใส่รวมกันในถังพลาสติก ห้ามให้ถังโลหะ ปิดฝาให้เรียบร้อย เก็บไว้ในร่มอย่าโดนแดดหมักไว้ 3 เดือน แล้วกรองด้วยผ้าบางๆ เอาน้ำใส่ขวดไว้ใช้ ส่วนกากจะหมักต่ออีกก็ได้ โดยให้อัตราส่วนเดิม คือ 3 ต่อ1กก. หมักไว้อีก 3 เดือนเก็บน้ำไว้ใช้หรือถ้าไม่หมักต่อ ก็เอาไปผสมทำปุ๋ยหมักหรือฝังไว้บริเวณทรงพุ่มของตันไม้จะสร้างจุลินทรีย์ใน ดินเป็นอาหารของต้นไม้ต่อไป

:: วิธีใช้ ::
นำน้ำสกัดชีวภาพที่ได้ 3 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 3 วันจะช่วยบำรุงดินบำรุงต้น สร้างภูมิคุ้มกันให้กับต้นไม้ได้อีกด้วย

สูตรน้ำหมักจากเศษอาหาร

กุมภาพันธ์ 12, 2009 khrutik ใส่ความเห็น

สูตรน้ำหมักจากเศษอาหาร
วัสดุ
1. ถังพลาสติก พร้อมฝา
2. เศษอาหารในครัวเรือน (เลือกถุงพลาสติก และ ยางเส้น ออกให้หมด)
3. หัวเชื้อ
4. น้ำ (ใช้น้ำซาวข้าว หรือ น้ำมะพร้าวก็ได้)

วิธีทำ
1. ส่วนผสมในการหมัก
-เศษอาหาร 3 กิโลกรัม
-กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม
-หัวเชื้อ ครึ่ง ลิตร
-น้ำ 5 ลิตร

2. หมักลงในถังพลาสติก นาน 3 เดือน แต่ถ้ามีหัวเชื้อใส่ไปใช้เวลาหมัก 1 เดือน สามารถนำไปใช้ได้เลย

วิธีใช้
1. กรองเอาแต่น้ำ 3 ช้อนโต๊ะ
2. ผสมน้ำ 20 ลิตร
3. รดพืชผักได้ทุกวัน จะช่วยทำให้ผักใบเขียว ช่วยบำรุงดิน และบำบัดดินเสีย

อ้างอิง http://www.asoke.info/04Agriculture/OFNT/Appendix/IMO02.html

การทำน้ำหมักชีวภาพไว้ใช้ในทางการเกษตรและสิ่งแวดล้อม

กุมภาพันธ์ 12, 2009 khrutik ใส่ความเห็น

การทำน้ำหมักชีวภาพไว้ใช้ในทางการเกษตรและสิ่งแวดล้อม
วรวิชญ์ รุ่งรัตนกสิน
นักวิจัย 7 สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
E-mail address: woravich.r@msu.ac.th

ในปัจจุบัน เกษตรกรมีความสนใจการเกษตรแบบธรรมชาติและหรือเกษตรยั่งยืนกันมากขึ้น จึงใช้สิ่งต่างๆในธรรมชาติที่อยู่ใกล้ตัว มาทดลองและประยุกต์ให้เป็นประโยชน์มากขึ้น การเกษตรแบบธรรมชาติโดยใช้เทคนิคทางด้านจุลินทรีย์ ที่มีอยู่ในท้องถิ่นหรือในธรรมชาตินี้ เป็นภูมิปัญญาที่ได้พัฒนาในหลายประเทศ เช่น เกาหลี ไทย เป็นต้น จนได้น้ำหมักชีวภาพหรือน้ำหมักชีวภาพไว้ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง น้ำหมักชีวภาพหรือน้ำหมักชีวภาพหรือปุ๋ยน้ำชีวภาพ แล้วแต่จะเรียก มีความหมายเหมือนกัน ในบทความนี้จะใช้คำว่าน้ำหมักชีวภาพ

น้ำหมักชีวภาพ คืออะไร ?
น้ำหมักชีวภาพคือน้ำที่ได้จากการหมักพวกพืช ผัก ผลไม้ วัชพืช สัตว์และเศษ อาหาร ในสภาพที่ไม่มีอากาศ โดยจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในธรรมชาติ จะได้น้ำหมักชีวภาพที่ประกอบประกอบด้วย ธาตุอาหารพืช ฮอร์โมน กรดอะมิโน และอื่นๆ ส่วนการเพิ่มน้ำตาลในการหมัก จะช่วยเร่งปฏิกิริยาการหมักให้สมบูรณ์เร็วขึ้น

จุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดน้ำหมักชีวภาพมีอะไรบ้าง ?
จุลินทรีย์ที่มีบทบาทสำคัญมี 2 กลุ่มใหญ่คือ
1) รา (Fungi ) ยีสต์ (Yeast)
2) แบคทีเรีย (Bacteria) พวกสร้างกรดแลกติค(Lactic acid) และแบคทีเรียที่
สังเคราะห์แสงได้ (Photosynthetic bacteria)
ในการหมักพวกพืชผัก จะมีจุลินทรีย์หลายชนิด โดยเริ่มจากยีสต์จะย่อยส่วนที่เป็นสารละลายของพืช แบคทีเรียและรา จะย่อยส่วนประกอบพวก เซลลูโลส ลิกนิน และอื่นๆ พวกแบคทีเรียจะใช้
น้ำตาลแล้วสร้างเป็นกรดอินทรีย์ต่างๆ ตัวอย่างเช่น กรดแลคติก ทำให้จุลินทรีย์อื่นไม่สามารถเจริญได้ดี เพราะน้ำหมักชีวภาพที่ได้ มีความเป็นกรดสูงวัดค่า pH ได้ 3 – 4

ประโยชน์ของน้ำหมักชีวภาพ
1) ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืช
2) ช่วยเพิ่มผลผลิตพืชได้บางส่วน
3) ช่วยเร่งการย่อยสลายเศษพืช ซากสัตว์ต่างๆให้เป็นปุ๋ยเร็วขึ้น
4) ช่วยปรับสภาพน้ำเสียให้ดีขึ้น
5) ช่วยแก้ปัญหากลิ่นเหม็นจากคอกปศุสัตว์ให้น้อยลง

วิธีการทำน้ำหมักชีวภาพอย่างง่าย

1) นำเศษพืช สัตว์ ผัก ผลไม้ หญ้า เศษอาหารที่ยังสดอยู่ มาสับเป็นชิ้นเล็กพอควร ยิ่งละเอียดยิ่งดี ชั่งเศษพืชสัตว์ให้ได้น้ำหนัก สมมติว่า 3 กิโลกรัม (ใช้มากหรือน้อยตามอัตราส่วน)
2) หมักในโอ่ง ไห ถังพลาสติก ห้ามใช้ภาชนะที่เป็นโลหะ(เพราะน้ำหมักชีวภาพมีสภาพเป็นกรดสูง จะกัดโลหะผุกร่อนเร็ว)
3) ในกรณีนี้ ให้ใส่น้ำตาลทรายแดง(ที่ยังไม่ฟอก) หรือ น้ำตาลทรายขาว หรือ กากน้ำตาล หนัก 1 กิโลกรัมลงไปผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ถ้าส่วนใหญ่เป็นเศษพืช ใช้เศษพืช ต่อ น้ำตาล = 3 ต่อ 1)
ถ้าส่วนใหญ่เป็นเศษสัตว์ ใช้เศษสัตว์ ต่อ น้ำตาล = 1 ต่อ 1)
4) ปิดฝาโอ่ง ไห ถังพลาสติกให้สนิท อย่าให้อากาศเข้า และควรเก็บไว้ในที่ร่ม ใช้ปากกาเขียนวันเดือนปีที่หมักไว้
5) หลังจากหมักไว้ 15 วัน ให้เปิดฝาออก เติมน้ำลงไป 10 ลิตรหรือ 10 กิโลกรัม ใช้ไม้คนให้ทั่ว ปิดฝาให้สนิทไว้ดังเดิม หลังจากนั้นอีกประมาณ 5 วัน จึงเปิดฝา แล้วใช้ไม้คนให้ทั่วและปิดฝาไว้เหมือนเดิม
6) น้ำหมักชีวภาพนี้ สามารถเริ่มใช้ได้หลังจากหมัก 5 วัน ถ้าจะให้ได้ผลดี ควรหมักไว้นาน 30 วัน และจะได้ผลดีเพิ่มมากขึ้น เมื่อหมักไว้นาน 3 เดือน หรือมากกว่า ซึ่งจะทำให้น้ำหมักชีวภาพมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นด้วย

การขยายหัวเชื้อน้ำหมักชีวภาพ
1) ใช้น้ำหมักชีวภาพ 1 ลิตร(กิโลกรัม)
2) น้ำตาลทรายแดงหรือขาว หรือ กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม
3) น้ำธรรมดา 10 ลิตร
4) เทผสมกันใส่ภาชนะที่มีฝาปิดสนิท หมักไว้นาน 15 – 60 วันนำไปใช้ได้ (ยิ่งหมักไว้นาน ยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพน้ำหมักชีวภาพ)

วิธีการใช้
1) ถ้าใช้พ่นพืชผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้นเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์
ใช้น้ำหมักชีวภาพ ผสมกับน้ำในอัตรา 1 ส่วน ต่อน้ำ 500 – 1000 ส่วน หรือใช้น้ำหมัก
ชีวภาพ 1 ช้อนโต๊ะ(15 มิลลิลิตร) ผสมน้ำ 7 – 10 ลิตร อาจพ่นทุก 7 วัน นอกจากนั้นเราสามารถทดลองใช้พ่นกับต้นไม้ได้โดยตรงเพื่อสังเกตดูว่าใช้อัตรา เท่าไร บ่อยครั้งเพียงใด พืชจึงจะเจริญเติบโตดี โดยสังเกตได้ง่ายๆ คือถ้าใช้น้ำหมักชีวภาพเข้มข้นมากเกินไป จะทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโต อย่างไรก็ตาม ถ้าต้นไม้พืชผัก ยังไม่งอกงามเท่าที่ควร หลังจากใช้ไปสักระยะหนึ่ง อาจจะต้องใส่ธาตุอาหารพืชหรือปุ๋ยอื่นๆ เสริมด้วย จึงจะช่วยให้ผลผลิตสูงขึ้น
2) ถ้าใช้ราดที่โคนต้นพืชผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้นเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์
ใช้น้ำหมักชีวภาพ ผสมกับน้ำในอัตรา 1 ส่วน ต่อน้ำ 500 ส่วน หรือใช้น้ำหมักชีวภาพ 1
ช้อนโต๊ะ(15 มิลลิลิตร) ผสมน้ำ 7 ลิตร ราดที่โคนพืช ทุก 7 วัน แต่ถ้าต้นไม้ พืช ผัก ยังไม่งอกงามเท่าที่ควร จะต้องใส่ธาตุอาหารพืชหรือปุ๋ยอื่นๆ เสริมด้วย จึงจะช่วยให้ผลผลิตสูงขึ้น
3) การทำปุ๋ยหมักกองเตี้ยจากเศษวัชพืช ใบไม้ กิ่งไม้เล็ก เศษอาหาร
3.1 ผสมเศษวัชพืช ใบไม้ กิ่งไม้เล็ก เศษอาหารเข้าด้วยกัน ทำเป็นกองเตี้ยสูงไม่เกิน 30
เซนติเมตร
3.2 ใช้น้ำหมักชีวภาพ 2 ช้อนโต๊ะ(30 มิลลิลิตร) น้ำตาลทรายแดง หรือน้ำตาลทรายขาว
หรือ กากน้ำตาล หนัก 30 กรัม(มิลลิลิตร) ผสมน้ำ 2- 3 ลิตร หรือ
ในอัตราส่วน น้ำหมักชีวภาพ ต่อ น้ำตาล ต่อ น้ำ = 1 ต่อ 1 ต่อ 50 – 100 ส่วน
3.3 ราดกองปุ๋ยหมักพวกเศษวัชพืช ใบไม้ใบหญ้าต่างๆ ใช้ผ้าพลาสติกคลุมกองปุ๋ย
หมักให้ย่อยสลายไว้นาน 15 – 30 วัน
3.4 จึงนำปุ๋ยหมักใส่ให้กับต้นไม้ต่างๆ โดยผสมกับดิน หรือคลุมบริเวณโคนต้น ทำให้
พืชเจริญเติบโตดีและดินร่วนซุยเพิ่มขึ้น
4) ถ้าใช้แก้ปัญหาน้ำเน่าเสีย

เนื่องจากในน้ำเน่าเสียมีแก๊สไข่เน่า(ไฮโดรเจนซัลไฟด์) หรือกำมะถัน และแก๊สมีเทน
ให้แก้ไขโดยการใช้น้ำหมักชีวภาพซึ่งมีจุลินทรีย์พวกที่สังเคราะห์แสงอยู่ แล้วราดลงไป จุลินทรีย์พวกนี้จะใช้สารต่างๆ ที่ก่อให้เกิดแก๊สเน่าเสียเป็นอาหารและปลดปล่อยแก๊สออกซิเจนออกมา ทำให้น้ำมีสภาพดีขึ้น
จะเห็นว่า วิธีการทำน้ำหมักชีวภาพอย่างง่าย สำหรับเกษตรกรหรือผู้สนใจทั่วไป สามารถกระทำได้ด้วยตนเอง เป็นการประหยัด สามารถใช้พืชผัก วัชพืช ผลไม้และเศษอาหารเป็นวัตถุดิบในการทำน้ำหมักชีวภาพได้ นอกจากนั้นวิธีการใช้และการขยายเชื้อทำได้ง่ายรวมทั้งประโยชน์จากใช้น้ำหมัก ชีวภาพในด้านต่างๆ จะให้ผลดี คุ้มค่า และทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นด้วย

การทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ

กุมภาพันธ์ 12, 2009 khrutik 1 comment

การทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ คือ ของเหลวสีน้ำตาลไหม้ที่ได้จากการนำส่วนต่าง ๆ ของพืช มาหมักกับกากน้ำตาล หรือน้ำตาล ประมาณ 7-15 วัน จะได้ของเหลวที่มีทั้งจุลินทรีย์และสารอินทรีย์หายชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อ การเกษตร
-ย่อยสลายอินทรีย์วัตถุในดินให้เป็นปุ๋ย
-สารของเหลวจะเป็นปุ๋ยโดยตรง

ประโยชน์
1. ผสมน้ำรดพืชทุกชนิด เพื่อเร่งการเจริญเติบโต
2. ใช้ทำปุ๋ยหมักแห้ง ปุ๋ยดินหมัก ช่วยปรับปรุงบำรุงดิน
3. ช่วยลดการระบาดของศัตรูพืช
4. ผสมน้ำ ดับกลิ่นห้องน้ำ คอกปศุสัตว์
5. ผลิตใช้เองได้

การทำน้ำหมักชีวภาพ
1. นำพืชผัก ผลไม้สุกหรือหอยเชอรี่หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง มาสับเป็นชิ้นเล็ก อัตรา 3 ส่วน ใส่ในภาชนะที่มีฝาปิด
2. ใส่กากน้ำตาล 1 ส่วน
3. ถ้าไม่มีกากน้ำตาล ใช้น้ำตาลทรายแดง หรือน้ำตาลทรายขาวจำนวน 1 ส่วน ผสม น้ำมะพร้าว
4. หมักทิ้งไว้ 7-15 วัน ทุก 3 วัน คน คลุกเคล้าให้ทั่ว
5. กรองเอาน้ำหมักสีน้ำตาล คือน้ำหมักชีวภาพใส่ขวดปิดฝาให้สนิท พร้อมที่จะใช้

วิธีใช้
1. น้ำหมักชีวภาพ อัตราส่วน 10 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร เพื่อบำรุงใบพืชผักผลไม้
2. น้ำหมักชีวภาพ อัตราส่วน 15-20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร เพื่อปรับปรุงบำรุงดิน ให้ดินร่วนซุย
3. น้ำหมักชีวภาพ อัตราส่วน 1 ส่วน น้ำ 1 ส่วน เพื่อกำจัดวัชพืช

เทคนิคการใช้
1. ถ้าต้องการบำรุงใบพืช ให้ใช้ส่วนใบยอดพืชมาหมักจะได้สูตรบำรุงใบ
2. ถ้าต้องการบำรุงผล ให้ใช้ส่วนผล เช่น กล้วยน้ำหว้าสุก มะละกอสุก เปลือกสับปะรด ฝักทอง จะได้สูตรบำรุงผล
3. ถ้าต้องการกำจัดศัตรูพืชควรหมักสะเดา ตะไคร้หอม ข่าแยก เวลาจะใช้นำมาผสมฉีดพ่นพืชผักผลไม้

***ข้อควรระวัง***

น้ำหมักชีวภาพเป็นของเหลว ถ้าใช้กับพืชต้องใช้เจือจางพืชแต่ละชนิดจะตอบสนองคล้ายกับ ได้รับฮอร์โมนพืช
ถ้าใช้ความเข็มข้นสูง ทำให้พืชชะงักการเติบโตหรือตายได้
ข้อควรระวังในการทำน้ำสกัดชีวภาพ
1. ในระหว่างการหมักห้ามปิดฝาภาชนะที่ใช้หมักโดยสนิท เพราะจะทำให้ระเบิดได้ เนื่องจาก ระหว่างการหมักเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก๊าซมีเทน ฯลฯ
2. หากมีการใช้น้ำประปาในการหมักต้องต้มให้สุกหรือตากแดด เพื่อไล่อคลอรีนเพราะอาจเป็นอันตรายต่อจุลินทรีย์ที่ใช้ในการหมัก
3. พืชบางชนิดไม่ควรใช้ในการหมักเช่น เปลือกส้ม เพราะมีน้ำมันที่ผิวเปลือกเป็นพิษต่อจุลินทรีย์ย่อสลายในสภาพปลอดอากาศ
4. การทำน้ำสกัดชีวภาพหรือน้ำหมักชีวภาพควรหมักให้ได้ที่ เพราะพบปัญหาเกิดเชื้อราที่ใบทุเรียนเพราะน้ำตาลที่เหลืออยู่จุลินทรีย์ไม่หมด

อ้างอิง http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=orchids-and-fern&month=06-2008&date=04&group=1&gblog=64

น้ำหมักชีวภาพ

กุมภาพันธ์ 11, 2009 khrutik ใส่ความเห็น

น้ำหมักชีวภาพเร่งการย่อยสลายเพิ่มจุลินทรีย์
วิธีทำง่ายๆ
- นำเศษพืชผักมาสับให้ละเอียดหมักกับกากน้ำตาล น้ำเปล่า ในส่วนที่ 3 ต่อ 1 ต่อ 10 หมักทิ้งไว้ 3 เดือนก็สามารถนำมาใช้ได้แล้ว
- เวลาที่เราจะนำมาใช้ต้องทำการเจือจางกับน้ำเปล่าก่อนเพื่อให้ความเข้มข้นน้อยลง โดยใช้ส่วน น้ำเปล่า 1 ฟักบัว ต่อ น้ำหมักชีวภาพ 2 ฝา แล้วก็นำมารดพีชผักเพื่อช่วยเร่งการย่อยสลายของจุลินทรีย์ในดินและเพิ่มธาตุ อาหารในดินเพิ่มความอุดมสมบรูณ์ให้กับดินอีกด้วย

ฮอร์โมนเร่งดอกเร่งผล
- ก็แค่เปลี่ยนวัตถุดิบจากเศษพืชผักมาเป็นผลไม้สดแทนเช่น กล้วย มะละกอ นำมาหมักกับกากน้ำตาลโดยใช้ส่วนเช่นเดียวกับน้ำหมักชีวภาพ แต่ต่างกันที่ใช้เวลาหมักเพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้นเองก็สามารถนำมาใช้ได้เลย

ปุ๋ยสูตรไล่แมลง
- วัตถุดิบที่ใช้ก็หาได้ในท้องถิ่นอันได้แก่ ตะไคร้หอม สะเดา ข่าแก่ สาบเสือ หางไหล ใบยาสูบ/ยาฉุน ใบยูคาลิปตัส บอระเพ็ด เป็นต้น จะใส่เพียงอย่างเดียวหรือระดมพลทั้งหมดก็ได้ผลดีเช่นเดียวกัน
- เพียงนำวัตถุดิบที่ได้มากสับให้ละเอียดแล้วแช่น้ำในอัตราส่วนปริมาณสมุนไพร 5 กิโลกรัมต่อน้ำ 10 ลิตร ทิ้งไว้เป็นเวลา 5 วัน เพียงเท่านี้เราก็มีน้ำยาไล่แมลงอย่างดีมาใช้แถมยังปลอดภัยไร้กังวลใดๆ ด้วย

ปุ๋ยหมักแห้ง
ส่วนผสม
1. มูลสัตว์ 1 กระสอบปุ๋ย
2. แกลบดิบ 1 กระสอบปุ๋ย
3. รำข้าวอ่อน 2 กก.
4. น้ำหมักชีวภาพ 5 ช้อนโต๊ะ
5. กากน้ำตาล 5 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำเปล่า 10 ลิตร

นำมาหมักทิ้งไว้เพียง 7 วันก็สามารถนำมาใช้งานได้แล้วเป็นการช่วยเพิ่มธาตุอาหารในดินแทนการโรยเพียง ปุ๋ยคอกอย่างเดียวก็โรยปุ๋ยหมักแห้งแทน ง่ายๆ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเพิ่มความอุดมสมบรูณ์ให้กับผืนดินได้แล้วโดยไม่ต้อง พึ่งสารเคมี ปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค สุขกายสบายใจถ้วนหน้า

อ้าวอิง http://www.porpeanglife.com